วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2556


ท่านคงจะทราบว่า อาการ ท้องอืด ท้องเฟ้อ แล้วก็เรอเหม็นเปรี้ยว อีกทั้งแน่นจุกเสียดบริเวณหน้าท้อง อาจเกิดจากการกินอาหารที่มีรสจัด มีกากน้อย ย่อยยาก อาหารสุกๆ ดิบๆ หรือกินมาก กินเร็วเกินไป เคี้ยวไม่ละเอียด หรือกลืนน้ำลายบ่อยๆ ทำให้ลมเข้ากระเพราะมากเกินไป ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย มีความเครียดและกังวลทให้ระบบย่อยอาหารทำงานไม่สมบูรณ์
     โดยทั่วไปอาการปวดท้องดังกล่าวไม่ใช่ความเจ็บป่วยรุนแรงนัก แต่ถ้าเป็นมากท้องจะเกร็ง อาจมีอาการท้องผูกหรือท้องเสียร่วมด้วย บางรายสามารถบอกถึงโรคร้ายแรงได้ โดยเฉพาะความผิดปกติของการย่อยอาหาร ดังนั้นควรตัดไฟตั้งแต่ต้นลมด้วยวิธีการง่ายๆ ดังต่อไปนี้ดีกว่าค่ะ

บำบัดท้องอืดด้วยตัวเอง
     หากคุณตกอยู่ในสภาพเดียวกับหมูหย็องคงไม่ดีแน่ๆ ลองนำวิธีดังต่อไปนี้ไปปฏิบัติดูนะคะ
     1. งดอาหารที่มีรสจัด หรืออาหารที่ย่อยยากที่ชีวจิตให้งด เช่น เนื้อ หมู พยายามกินอาหารให้ตรงเวลาทุกมื้อ งดอาหารรสเผ็ดจัด เหล้า บุหรี่ ชา กาแฟ น้ำอัดลม เพราะจะยิ่งทำให้กระเพาะอาหารทำงานหนักและอักเสบง่าย
     2. กินอาหารหรือผลไม้ที่เป็นน้ำรสอ่อนๆ ย่อยง่าย เช่น น้ำข้าว หรือน้ำผลไม้ต่างๆ โดยดื่มรองท้องประมาณ 5-10 นาทีเพื่อเคลือบกระเพาะ เมื่ออาการดีขึ้นจึงค่อยกินอาหารตามปกติ
     3. พักผ่อนให้เพียงพอ ด้วยการนอนพักให้อาการดีขึ้น พร้อมกับดื่มน้ำอุ่นหรือใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบหน้าท้องให้คลายปวด
     4. คลายเครียด หากมีอาการเครียดหรือมีเรื่องกังวล ควรหาทางออกด้วยการอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง เป็นต้น และพยายามออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ
     5. ดื่มน้ำเกลือแร่ หากมีอาการท้องเดินร่วมด้วย ให้ดื่มน้ำเกลือแร่ชงละลาย หรือใช้น้ำต้มสุก 1 ขวดน้ำปลากลม (750 มิลลิลิตร) ผสมหรือต้มรวมกับน้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ เกลือครึ่งช้อนชา ใช้ดื่มแทนน้ำประมาณ 1/2-1 แก้ว ทุกชั่วโมงจนกว่าอาการจะดีขึ้น
     6. กินยาลดกรด หากมีอาการปวดบริเวณลิ้นปี่ร่วมด้วย ให้กินยาลดกรด 1-2 ช้อนโต๊ะซ้ำได้ทุกหนึ่งชั่วโมง ประมาณ 2-3 ครั้ง หลังอาหารทุกมื้อ และก่อนนอนนาน 2 สัปดาห์ ถ้าไม่ดีขึ้นควรไปพบแพทย์
บำบัดด้วยสมุนไพรใกล้ตัว
     หากใช้วิธีดังกล่าวแล้วไม่ได้ผล จะลองนำพืชผักสมุนไพรที่สามารถหาได้ง่ายๆ ในสวนครัวหลังบ้านเหล่านี้มาใช้ก็ได้เช่นกันค่ะ
     มะนาว นำเปลือกผลสดของมะนาวประมาณครึ่งผลมาคลึงหรือทุบเล็กน้อย พอให้น้ำมันออก ชงกับน้ำร้อนใช้ดื่มเวลามีอาการ
     ตะไคร้ นำส่วนเหง้าและลำต้นแก่ของตะไคร้หั่นเป็นฝอย ต้มกับน้ำสะอาด ใช้ดื่มเป็นยาทันที
     ขิง นำเหง้าแก่ของขิงขนาดเท่าหัวแม่มือประมาณ 5 กรัม ทุบให้แตกต้มกับน้ำสะอาดใช้ดื่ม
     กระเทียม ใช้กระเทียมสดแก่จัดที่มีอายุ 100 วันขึ้นไป กินสดๆ หลังอาหารครั้งละ 5-7 กลีบ จะช่วยแก่ท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดได้
     หมายเหตุ เวลามีอาการ ท้องอืด ท้องเฟ้อ ให้เลือกดื่มน้ำพืชผักสมุนไพรข้างต้นเพียงครั้งละหนึ่งชนิดเท่านั้น เพื่อให้ได้ผลการรักษาอาการ ควรใช้สูตรสมุนไพร 3 กำมือ น้ำสะอาด 3 แก้ว ต้มจนเหลือ 1 แก้ว แล้วดื่มทันที
มหัศจรรย์มหาหิงคุ์
     แม้มหาหิงคุ์จะมีกลิ่นเหม็น แต่มีสรรพคุณในการแก้ ท้องอืด ท้องเฟ้อ ได้เป็นอย่างดี เพราะช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้กลิ่นของมหาหิงคุ์ยังช่วยคลายความตึงเครียดและกระตุ้นให้ระบบประสาทตื่นตัวอีกด้วย
     โดยวิธีการบำบัด ท้องอืด ท้องเฟ้อ อย่างง่ายด้วยมหาหิงคุ์สามารถทำได้โดย นำมหาหิงคุ์ชนิดน้ำมาทาบริเวณท้อง นอกจากบรรเทาอาการดังกล่าวแล้ว กลิ่นมหาหิงคุ์จะช่วยให้ระบบประสาทตื่นตัวและสดชื่น
     อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งอาการ ท้องอืด ท้องเฟ้อ ก็มีสาเหตุมาจากความเครียด เราจึงอยากแนะนำน้ำมันหอมระเหยต่างๆ ที่มีสรรพคุณในการบรรเทาเครียดชนิดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการบูร หรือพิมเสนน้ำ ซึ่งนอกจากจะทำให้เยื่อฝอยในจมูกแข็งแรง โอกาสเป็นหวัดน้อยลงแล้ว ยังช่วยให้การอักเสบของไซนัสลดลง และทำให้หายเครียดได้ด้วย นอกจากนี้ยังสามารถใช้อบเช จูนิเปอร์ ลาเวนเดอร์ และแพตซูลิ เป็นตัวช่วยได้เช่นกันค่ะ
     หลังจากลองใช้ภูมิปัญญาไทยใกล้ตัวในการรักษาตัวเองแล้ว หมูหย็องก็มีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคราวหน้าคราวหลังจะไม่เห็นแก่กินอีกแล้ว...เข็ดจริงๆ

ข้อมูลอ้างอิง
  • อาจารย์สุรพรรณ ศิริธรรมวานิช อาจารย์พิเศษและที่ปรึกษาทางวิชาการด้านการแพทย์แผนไทย คณะการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต
  • หนังสือ "ที่ปรึกษาครอบครัวสุขภาพดี"
  • หนังสือ "บำบัดโรคด้วยการแพทย์ทางเลือก"
  • หนังสือ "คู่มือประชาชนในการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทย"

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น