วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2555

 
นักวิจัยเปิดเผยว่า การซื้อน้ำมันปลากินเป็น อาหารเสริม โดยหวังจะช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมได้นั้น เป็นการเสียเงินเปล่าๆ
วารสาร “สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งชาติ” ของสหรัฐฯ รายงานว่า คณะนักวิจัยกล่าวว่า การกิน อาหารเสริม ที่มีกรดโอเมกา -3ไม่ได้ให้ผลอะไรเลย มากไปกว่าการกินยาหลอก คณะนักวิจัยได้ลงความเห็น หลังจากที่ศึกษาทบทวนรายงานการศึกษาขนาดใหญ่ 3เรื่องด้วยกัน เกี่ยวข้องกับผู้คนไม่น้อยกว่า 3,500 คน ที่กินอาหารเสริม ในรูปของแคปซูลกรดโอเมกา-3และเนยเทียม อย่างไรก็ตาม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ออกความเห็นว่า ควรจะมีการศึกษาระยะยาวกว่านี้ ก่อนที่จะตัดสินเด็ดขาดลงไป ทั้งยังได้แนะนำให้บริโภคปลามากๆ อาทิตย์ละไม่ต่ำกว่า 2 มื้อ เพื่อจะได้กรดไขมัน ที่สำคัญ ซึ่งมีส่วนในการลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจ ด้วย.

การรับประทานอาหารเสริมน้ำมันปลาที่ถูกต้อง
รับประทานเป็น อาหารเสริม เพื่อป้องกัน โรคหัวใจ วันละ 1,000 มิลลิกรัม (1 แคปซูล) หลังอาหาร
รับประทานเพื่อรักษาโรค วันละ 3 กรัม (3 แคปซูล) หรือมากกว่านั้นตามคำแนะนำของแพทย์
          การรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการเป็นรากฐานสำคัญของการป้องกันและรักษา ภาวะโคเลสเตอรอลสูงในเลือด จึงควรเข้าใจถึงแนวทางในการบริโภคอาหารที่ถูกต้องเพื่อควบคุมระดับคอเลสเตอร อลในเลือด และต้องมีความตั้งใจจริงที่จะปฏิบัติให้ได้ในชีวิตประจำวัน เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง หลีกเลี่ยงโรคร้ายต่างๆ ซึ่งมีภาวะโคเลสเตอรอลสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ เช่น โรคหลอดเลือดแดงแข็ง โรคหัวใจขาดเลือด
         หลักการบริโภคอาหารที่สำคัญเพื่อป้องกันและลดระดับโคเลสเตอรอลสูงใน เลือด ประการแรกคือ รับประทานโคเลสเตอรอลไม่เกินวันละ 300 มิลลิกรัม โคเลสเตอรอลมีเฉพาะในอาหารที่มาจากสัตว์เท่านั้น และมีมากในอาหารบางชนิด เช่น ไข่แดง เครื่องในสัตว์ มันสัตว์ สัตว์น้ำบางชนิด จึงควรหลีกเลี่ยงรับประทานอาหารเหล่านี้ในปริมาณมาก รับประทานอาหารในแต่ละวัน ซึ่งให้พลังงานรวมแล้วเพียงพอต่อการรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยผู้ใหญ่ควรมีดัชนีความหนาของร่างกายประมาณ 20-25 กิโลกรัม/ตารางเมตร โดยคำนวณจากน้ำหนักตัว หน่วยเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงหน่วยเป็นเมตร ยกกำลังสอง

            หลีกเลี่ยงรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น กะทิ ไขมันจากสัตว์ หนังสัตว์ เนื้อสัตว์ที่มีมันติดมากๆ เช่น หมูสามชั้น เพราะกรดไขมันอิ่มตัวส่วนใหญ่ทำให้ระดับโคเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้น ควรรับประทานอาหารที่ให้ กรดไขมัน ไลโนเลอิกโดยสม่ำเสมอ ซึ่งพบได้ประมาณร้อยละ 50 ในน้ำมันพืชบางชนิด เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด ควรรับประทานอาหารที่มี กรดไขมัน ไลโนเลอิกประมาณร้อยละ 7-10 ของพลังงานที่ได้รับ เช่น วันหนึ่งต้องการพลังงาน 2000 กิโลแคลอรี่ ควรได้กรดไลโนเลอิกประมาณ 16-22 กรัม ซึ่งได้จากน้ำมันถั่วเหลืองประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ จะช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือดได้

ที่มา : http://www.thaihealth.or.th/

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น