วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2557



ยาอม บรรเทา อาการเจ็บคอ ซึ่งมียาปฏิชีวนะเป็นส่วนผสมไม่ควรมีวางจำหน่ายในท้องตลาดอีกต่อไป เพราะไม่มีประโยชน์ต่อการรักษาโรค การอม ยาปฏิชีวนะ ไม่ช่วยรักษา อาการเจ็บคอ และไม่ได้ช่วยฆ่าเชื้อในลำคอ แต่การกลืนยาปฏิชีวนะลงไปในท้องทีละน้อย ๆ จะก่อให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยา นี่เป็นองค์ประกอบหนึ่งของปัญหาเชื้อดื้อยาในประเทศไทยและเป็นปัญหาของทั่วโลก

ทำไมถึงดื้อยา

สาเหตุที่ยาอมเหล่านี้ก่อให้เกิดภาวะเชื้อดื้อยาเป็นเพราะ นีโอมัยซิน และ เบซิทราซิน ผสมอยู่ในปริมาณน้อยจึงไม่สามารถฆ่าเชื้อให้หมดไปได้ แต่ก็เพียงพอที่จะก่อกวนเชื้อโรคให้เกิดการต่อต้าน และกลายพันธุ์เป็นเชื้อโรคดื้อยาทั้ง 2 ตัว และจะยิ่งก่อปัญหาร้ายแรงขึ้นไปอีก เพราะเชื้อโรคจะยิ่งพัฒนาตัวเองให้ดื้อต่อยาปฏิชีวนะในกลุ่มเดียวกันอีกหลาย ๆ ตัว
กรณีที่มีคนที่มี อาการเจ็บคอ เมื่อได้อมยาอมแก้เจ็บคอเหล่านี้แล้วบอกว่ามีอาการดีขึ้น เพราะองค์ประกอบที่ 3 คือ มีตัวยาอะมัยโลเคน หรือยาชา เป็นส่วนผสม ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บคอในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้หายขาด ดังนั้นยาอมบรรเทา อาการแก้เจ็บคอ มีเพียงยาชาเป็นส่วนผสมแค่ตัวเดียวก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมี ยาปฏิชีวนะ ร่วมด้วย

ตัวยาที่คาดว่าอาจจะทำให้ดื้อยา

1. นีโอมัยซิน เป็นยาปฏิชีวนะที่แพทย์ใช้เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ระหว่างการผ่าตัดลำไส้ของผู้ป่วย เพื่อป้องกันการติดเชื้อในกระแสเลือด
2. เบซิทราซิน  แม้จะไม่มีอันตรายกับร่างกายมากแต่ก็ถือเป็น ยาปฏิชีวนะ โดยยาทั้ง 2 ประเภทนี้ไม่มีประโยชน์ต่อการรักษาโรค ในทางกลับกันอาจจะก่อให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อ ยาปฏิชีวนะ

รักษาแก้เจ็บคอด้วยตนเอง

อาการการเจ็บคอ ส่วนใหญ่ 70-90% เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ดังนั้นไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะทุกรูปแบบ ทั้งตัวยาแบบเดี่ยว และแบบที่ผสมอยู่ใน ยาอม โดยการรักษาอาการเหล่านี้สามารถทำได้ด้วยตัวเอง
1. กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ
2. ดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง
3. ใช้สมุนไพรฟ้าทลายโจร ซึ่งจัดเป็นยาในกลุ่มบรรเทาอาการกลุ่มทางเดินหายใจซึ่งมีการรับรองสรรพคุณอยู่แล้ว 4. การสร้างเสริมภูมิต้านทานของร่างกายด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ อย่านอนดึก อย่าสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่ยิ่งทำให้ไอมากขึ้น
ส่วนมากคนที่มีอาการเจ็บคอแล้วไปซื้อ ยาอม บรรเทา อาการเจ็บคอ มารับประทานเอง ซึ่งยาอมบางชนิดอาจมี ยาปฏิชีวนะ มีส่วนผสมของ นีโอมัยซิน และ เบซิทราซิน ซึ่งอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้
ที่มา :  http://bit.ly/1tQ50ZR

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น